เที่ยวทั่วไทย ไปทุกภาค

แหล่งท่องเที่ยวแนวธรรมชาติและสัตว์ป่านับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่นของประเทศไทย เพราะเรามีแหล่งธรรมชาติที่งดงามหลากหลายประเภท ตั้งแต่ภูเขา ผืนป่า น้ำตก หาดทราย ชายทะเล หมู่เกาะ โถงถ้ำ ทะเลสาบ ทุ่งดอกไม้ น้ำพุร้อน ฯลฯ ซึ่งอุดมสมบูรณ์ด้วยสรรพชีวิตที่อาศัยอยู่ในแหล่งธรรมชาตินั้นๆ การมีแหล่งธรรมชาติหลายประเภทนับเป็นข้อได้เปรียบของเมืองไทย เพราะนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปชื่นชมความงามของเมืองไทยได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะเมื่อเลือกเดินทางในช่วงเวลาที่เหมาะสม ก็จะได้ชมความงามและเรียนรู้เรื่องราวของธรรมชาติได้อย่างสนุก มีความสุข และปลอดภัย
ประเภทของแหล่งท่องเที่ยวแนวธรรมชาติและสัตว์ป่า
หมู่เกาะ (Islands) เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยความสดใสของผืนน้ำทะเล และความสดชื่นของผืนป่าบนเกาะ หลากหลายกันไปตามแต่สถานที่ โดยมีทั้งเกาะสงบงามและเกาะครึกครื้นคึกคัก
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ (Dam, Reservoir, Lake) เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ชื่นเย็นสบายกายสบายตา บนผืนน้ำกว้างใหญ่ที่สมบูรณ์ด้วยผืนป่าสองข้างทาง
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า (National parks & Marine reserves) เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยสรรพชีวิตที่น่าสนใจ อยู่ภายใต้การดูแลรักษาของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
แม่น้ำลำคลอง (River, Canal) เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่แสดงถึงความเป็นดินแดนแห่งสายน้ำอันชื่นเย็นและอุดมด้วยสรรพชีวิต ซึ่งสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
ทุ่งดอกไม้ (Flower field) เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยสีสันสดใสของดอกไม้นานาพรรณ ซึ่งผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนผลิดอกสะพรั่งต่างกันไปตามฤดูกาล
น้ำพุร้อน (Hot Spring) เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หลายแห่งมีห้องอาบน้ำร้อนให้คุณลงไปนอนแช่อย่างสบายตัวสบายใจ และมีบริการนวดผ่อนคลายในรูปแบบการนวดแผนไทย
ถ้ำ (Caves) เป็นแหล่งท่องเที่ยวใต้พิภพที่เต็มไปด้วยความท้าทายและน่าสนใจ ตั้งแต่ลักษณะทางธรณีวิทยา ไปจนถึงสิ่งมีชีวิตที่หาดูได้ยากในโลกเหนือพื้นดิน
น้ำตก (Waterfalls) เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอีกประเภทที่นำมาซึ่งความชื่นเย็น น้ำตกบางแห่งสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่บางแห่งก็เที่ยวได้เฉพาะในช่วงฤดูฝนเท่านั้น
ชายหาดและอ่าว (Beaches & Bay) เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ถูกใจนักท่องเที่ยวมากหน้า เพราะความสวยงามของชายหาดและอ่าวในเมืองไทยนั้น หลายแห่งขึ้นชื่อติดอันดับต้นๆ ของโลกเลยทีเดียว

Advertisements

กิจกรรมและงานประเพณี

festival_loykrathong_pic

amathai1

8-1

148862_245955665527072_1757259541_n
กิจกรรมและงานประเพณี
นอกจากแหล่งท่องเที่ยวสวยงามที่มีความหลากหลาย ทั้งแหล่งธรรมชาติ ดินแดนประวัติศาสตร์ และพื้นที่สำหรับกระตุ้นต่อมอะดรีนาลีนกับสารพันกิจกรรมสุดท้าทายแล้ว เมืองไทยยังมีเทศกาลและงานประเพณีหมุนเวียนมาให้ได้สนุกสนานตื่นตาตื่นใจกันตลอดปี ความอลังการและสีสันของเทศกาลงานประเพณีของไทยสะท้อนภาพความสมบูรณ์ วิถีวัฒนธรรม และการก้าวตามความเจริญของโลกได้อย่างน่าภาคภูมิ ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลศิลปวัฒนธรรม ประเพณีพื้นบ้าน ศิลปะสมัยใหม่ สีสันไม้ดอกไม้ประดับ ขบวนบุปผชาติ มหกรรมอาหารรสเลิศ การแข่งขันกีฬาระดับชาติ เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ สัปดาห์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหกรรมสินค้าราคาสุดคุ้ม เทศกาลเที่ยวไทยในฤดูกาลต่างๆ ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดนั้นล้วนรวบรวมของดีในเมืองไทยมาไว้ในงานเดียวได้อย่างน่าทึ่ง สมกับสโลแกน Amazing Thailand ที่ดังกระฉ่อนไปทั่วโลกเลยทีเดียว

กิจกรรมท่องเที่ยวในประเทศไทย

ดำน้ำ-ดูปะการัง1 (1)
กิจกรรมท่องเที่ยวในประเทศไทยมีหลากหลายรูปแบบ คุณสามารถเลือกทำได้ตามความถนัดและความสนใจ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมบนบก กิจกรรมทางน้ำ กิจกรรมทางอากาศ หรือแม้แต่การดำดิ่งลงสู่ใต้ท้องทะเล หากคุณเป็นคนชอบเล่นกีฬา มีกิจกรรมมากมายให้เลือก เช่น กอล์ฟ ซึ่งในเมืองไทยมีสนามกอล์ฟระดับโลกที่จัดการแข่งขันระดับนานาชาติรอพิสูจน์ ผีมือของคุณ กิจกรรมผจญภัย เป็นอีกกิจกรรมที่ได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ผู้รักความท้าทาย ต้องการความแปลกใหม่ และทดสอบแรงใจของตนเอง ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้จำเป็นต้องมีผู้ทักษะความรู้ในกิจกรรมนั้นๆ ดูแลและแนะนำในเบื้องต้น เช่น การปีนหน้าผาและการโรยตัวจากหน้าผาสูง การกระโดดร่มดิ่งพสุธา การยิงปืนบีบีกัน การดำน้ำลึก ฯลฯ หากไม่ถนัดกับกิจกรรมผจญภัย คุณก็สามารถเลือกกิจกรรมที่ใช้ทักษะน้อยลงและปลอดภัยกว่า อย่างการพายเรือคายัค ซึ่งมีพื้นที่ให้เลือกไปท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น พายคายัคชมป่าชายเลนบ้านสลักคอก เกาะช้าง จังหวัดตราด หรือจะลองขับขี่รถ ATV ไปตามเส้นทางธรรมชาติ เช่น ที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ก็น่าสนุกไม่น้อย แต่ถ้าคุณเป็นคนรักสุขภาพกาย สุขภาพใจ และรักสวยรักงาม กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดคือการทำสปา ขัดผิว แล้วต่อด้วยคอร์สโยคะ จากนั้นไปเรียนทำเครื่องดื่มและปรุงอาหารไทยจากสมุนไพรเพื่อสุขภาพ หรือจะเลือกอิ่มเอมใจไปกับการนั่งวิปัสสนา ไหว้พระ เพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดสามารถวางแผนเดินทางได้ด้วยตัวเองอย่างง่ายดาย ไม่เพียงเท่านั้น ในประเทศไทยยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ส่องสัตว์ ดูนก เดินป่า กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงประเพณีและวัฒนธรรม นั่งเรือล่องแม่น้ำลำคลอง กิจกรรมในค่ายทหาร และอื่นๆ อีกมากมายที่รอคอยให้คุณออกไปสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่…ความสนุกมากมายเช่นนี้ ไม่ไปก็ไม่รู้จริงๆ

ลักษณะภูมิประเทศของประเทศไทย

ลักษณะภูมิประเทศของประเทศไทย
1. เขตภูเขาและหุบเขาภาคเหนือ
ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเทือกเขา แนวเทือกเขาทอดตัวยาวในแนวเหนือ-ใต้ เทือกเขาที่สำคัญได้แก่ เทือกเขาแดนลาว เทือกเขาถนนธงชัย เทือกเขาผีปันน้ำ เทือกเขาหลวงพระบาง และมีที่ราบหุบเขาลักษณะแคบ ๆ อยู่ระหว่างแนวเทือกเขา เป็นบริเวณที่มีแม่น้ำไหลผ่านมีดินตะกอนอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก
2. เขตที่ราบลุ่มภาคกลาง
ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ
-ที่ราบตอนบนตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์ขึ้นไป จะเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำและที่ราบลูกฟูก มีภูเขาประปราย
-ที่ราบตอนล่างตั้งแต่นครสวรรค์ถึงอ่าวไทยเป็นที่ราบดินดอนสามเหลี่ยม มีลักษณะดินเป็นตะกอนน้ำพา
3. เขตเทือกเขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง รูปร่างคล้ายกระทะหงาย มีขอบทางด้านตะวันตกและด้านใต้ลาดลงทางด้านตะวันออก เทือกเขาที่สำคัญได้แก่ เทือกเขาเพชรบูรณ์ เทือกเขาดงพญาเย็น เทือกเขาสันกำแพง เทือกเขาภูพาน บริเวณตอนกลางของภาคเป็นแอ่ง เรียกว่าแอ่งโคราช
4. เขตภูเขาและที่ราบภาคตะวันออก
ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบลูกฟูกสลับกับภูเขาและมีที่ราบชายฝั่งทะเล มีแม่น้ำสายสั้น ๆ
5. เขตเทือกเขาภาคตะวันตก
ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาและหุบเขาที่ทอดตัวในแนวเหนือ-ใต้ มีพื้นที่ราบแคบ ๆเทือกเขาที่สำคัญได้แก่ เทือกเขาตะนาวศรี เทือกเขาถนนธงชัยที่ทอดตัวยาวต่อเนื่องลงมา
6. เขตคาบสมุทรภาคใต้
ลักษณะภูมิประเทศเป็นคาบสมุทรยื่นลงไปในทะเล ขนาบด้วยทะเลทั้ง 2 ด้าน มีภูเขาทอดตัวแนวเหนือ-ใต้ มีแม่น้ำสายสั้นๆ และมีที่ราบชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกกว้างกว่าที่ราบชายฝั่งทะเลด้านตะวันตก จังหวัดที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่
1. พรมแดนไทย-ลาว ติดต่อกับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงราย น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก อำนาจเจริญ เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร และอุบลราชธานี
2. พรมแดนไทย-กัมพูชา ติดต่อกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ได้แก่จังหวัด บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี สระแก้ว จันทบุรี ตราด
3. พรมแดนไทย-พม่า ติดต่อกับภาคเหนือ ภาคตะวันตก และภาคใต้ ได้แก่จังหวัด เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และระนอง
4. พรมแดนไทย-มาเลเซีย ติดต่อกับภาคใต้ ได้แก่จังหวัดสตูล สงขลา ยะลา นราธิวาส

หลักเกณฑ์การแบ่งภาคในประเทศไทย

1. การเรียกชื่อภาค ใช้ทิศเป็นหลัก
2. การกำหนดขอบเขตอาณาบริเวณของแต่ละภาค พิจารณาจากองค์ประกอบของสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ เช่น ลักษณะภูมิประเทศ  ลักษณะภูมิอากาศ  ทรัพยากรธรรมชาติ  และองค์ประกอบของสิ่งแวดล้อมทางวัฒนธรรม เช่น ความเป็นอยู่ ภาษา วัฒนธรรมประเพณี ความเชื่อ  เป็นต้น
3. การแบ่งขอบเขตของภาค  ให้ยึดแนวการแบ่งของจังหวัดเป็นสำคัญโดยกำ
หนดว่า จังหวัดใดอยู่ภาคใด ก็ให้ทั้งจังหวัดอยู่ในภาคนั้น ถึงแม้จะมีความแตกต่างด้านสิ่งแวดล้อมภายในจังหวัด

ความมุ่งหมายในการแบ่งภาคภูมิศาสตร์ (Geographic region)

ความมุ่งหมายในการแบ่งภาคภูมิศาสตร์ (Geographic region)
คือ เพื่อให้สามารถในการกำหนดขอบเขตของพื้นที่ขนาดต่างๆ  ที่มีลักษณะทางภูมิศาสตร์ เป็นเฉพาะของตนเองแตกต่างจากพื้นที่อื่นๆและสามารถเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะของพื้นที่นั้นๆได้ชัดเจนและสะดวกยิ่งขึ้น  การแบ่งภาคภูมิศาสตร์ของแต่ละประเทศจะได้จำนวนภาคที่ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับขนาดและความแตกต่างทางด้านกายภาพของพื้นที่ภายในของประเทศนั้น

อาณาเขตติดต่อของประเทศไทย


ประเทศไทยตั้งอยู่ใจกลางของผืนแผ่นดินในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้  ซึ่งมีพรมแดนธรรมชาติที่เหมาะสมในแง่ภูมิศาสตร์ โดยมีเทือกเขาขนาดใหญ่ และทุรกันดารทอดตัวเป็นแนวยาวจากเหนือมาใต้ ดังนี้
ด้านทิศตะวันตก  มีเทือกเขาอารกันโยมา อันเป็นสาขาของเทือกเขาหิมาลัย  ทำให้เกิดป่าดงดิบทึบ เป็นการแยกประเทศพม่าออกจากประเทศอินเดียโดยสิ้นเชิง  ไม่มีปัญหาเรื่องการมีสายน้ำร่วมกัน  ในสงครามมหาเอเซียบูรพา  กองทัพญี่ปุ่นได้รุกไปทางตะวันตกผ่านไทย ผ่านพม่า มุ่งสู่อินเดียก็มาสิ้นสุดที่แนวเทือกเขาแห่งนี้เท่านั้น
ด้านทิศเหนือ  เป็นเทือกเขาขนาดใหญ่บนที่ราบสูง ยูนนานของประเทศจีนตอนใต้ เป็นสาขาปลายตะวันออกของเทือกเขาหิมาลัย ที่ผ่านไปสู่ประเทศจีน  เป็นย่านทุรกันดารเป็นป่าเขายากแก่การคมนาคมทางบก
ด้านทิศตะวันออก  เป็นทะเลจีนใต้อันเป็นส่วนหนึ่งของมหาสมุทรแปซิฟิค  อันเป็นพรมแดนทางธรรมชาติอย่างแท้จริงในทางภูมิรัฐศาสตร์
ด้านทิศใต้  เป็นทะเลในด้านอ่าวไทย และมหาสมุทรอินเดีย  จึงมีสภาพพรมแดนทางธรรมชาติ เช่นเดียวกับด้านทิศตะวันออก
ด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์ ดังกล่าวมาแล้วทำให้ภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ในส่วนที่เป็นผืนแผ่นดินใหญ่ อันประกอบด้วย พม่า ไทย ลาว เวียดนาม กัมพูชา และมาเลเซีย  มีปราการทางธรรมชาติ ที่เกื้อกูลต่อความปลอดภัยร่วมกันได้เป็นอย่างดี